ชื่อกลุ่ม E.M.M มีสมาชิกอยู่ 3 คน ดังนี้ คือ
1.นางสาวรุจิรา แสงศรีจันทร์(มิว) เลขที่ 1 ม.3/2
2.ด.ญ.สุรีรัตน์ เตียมอิน (หมิว) เลขที่ 24 ม.3/2
3.ด.ญ.กัญญาพัชร ผาลา (เอิร์น) เลขที่ 35 ม.3/2
การสนทนา
ตอนแรก เริ่มทำกระทงด้วยกัน
รุจิรา : วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำจะนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสนุกเต็มที่สดีดสะดิ้งรำวงไทย
กัญญาพัชร : เฮ้ยย! ร้องผิดแล้วเดี๋ยวไห้หมิวร้องไห้ฟังนะ
สุรีรัตน์: มันต้องเป็นแบบนี้ วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำจะนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริงวันลอยกระทง มันต้องร้องแบบนี้
กัญญาพัชร:เดี๋ยวเราจะเล่าเรื่องความเป็นมาของลอยกระทงไห้ฟังเอาไหม??
รุจิรา:เอาสิ !!
สุรีรัตน์ : ตื่นเต้นจังเลย^^
กัญญาพัชร : วันลอยกระทงของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขี้นเต็มฝั่ง ทำให้เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มีแสงจันทร์ส่องกระทบลงมา เป็นภาพที่ดูงดงามเหมาะแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสันนิษฐานว่า พิธีลอยกระทงเป็นพิธีของพราหมณ์ จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม
สุรีรัตน์ : ประเพณีลอยกระทงสืบต่อกันเรื่อยมา จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น สมัยรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 3 ต่อมาในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ปัจจุบันการลอยพระประทีปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกระทำเป็นการส่วนพระองค์ตามพระราชอัธยาศัย
รุจิรา :และแต่ละภาคจะมีเอกลักษณ์และประเพณีที่แตกต่างกัน อย่างเช่นของภาคเหนือของเราจะเรียกประเพณีลอยกระทงว่า "ยี่เป็ง"
กัญญาพัชร:เราหยุดประวัติกันไว้ก่อน แล้วไปลอยกระทงกันดีกว่า เพราะของทุกคนก็ทำกระทงกันเสร็จหมดแล้ว
สุรีรัตน์ : ไปลอยกระทงกันเลยดีกว่า !! (จบ)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น